เพิ่มลดปกติ

คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 3
:: ภาคกฎแห่งกรรม :: เรื่อง สัญญาณมรณะ
โดย พระภาวนาวิสุทธิคุณ

อีกคนหนึ่งตาโปน นุ่งผ้าแดงใส่เสื้อแดงโพกผ้าสีแดง มีผ้าห้อยคอสีขาว มีความสงสารนายรู่บอกว่า "กรู่เอ๋ย เอาละข้าสงสารเจ้า ลูกยังเล็กนักเอาอย่างนี้ได้ไหม ภายใน ๒ ปีนี้ บวชเสีย เจ้าบวชภายใน ๒ ปีนี่ได้ไหม บวชเสียจะได้ไม่เอาไป" กรู่ก็บอกว่า "บวชไม่ได้ครับ หลวงพ่อผมก็บวชไปองค์หนึ่งแล้ว เป็นสมภารมีลูกชายคนเดียวคือผมเท่านั้น ผมไปบวช เขาจะหาว่ามาอาศัยข้าววัดกิน กำลังทำมาค้าขาย" เขาบอกว่า "ตามใจนะ ไม่ได้ว่าอะไรนะ ต้องบวชเรียนภายใน ๒ ปีนี้ ถ้าไม่บวชตายนะ รถชนคอหักตายนะ ถ้าบวชแล้วคงไม่ขับรถ จะเอาอย่างไรกันแน่" แล้วก็ตกใจตื่น เขาก็ร้องไห้มาหาอาตมา เล่าให้อาตมาฟัง อาตมาฟังแล้วก็จด บอกว่า "กรู่ บวชเถอะ" อยู่ต่อมาได้ ๑ ปี ก็ไม่บวช ขับรถให้อาตมาตลอดรายการ ต่อมานายกรู่ฝันว่า มันปวดที่ตับ ปวดในปวดนอกจะตาย ทำนองนี้เป็นต้น แต่แล้วมันก็เป็นจริงขึ้นมาตามลำดับ เหลือไม่กี่วันจะแต่งงานลูกสาว นายกรู่ฝันอีก บอกว่า เจ้ามีลูกจะแต่งงานแล้ว อายุ ๒๔ ปี เจ้าก็คงจะเป็น ๔๘ เจ้าจะต้องตาย ตายอย่างอเนจอนาถ เพราะเสียสัจจะ ที่บนบานสานกล่าว

ขอเจริญพรญาติโยมไว้ในที่นี่ว่า ไม่ใช่เจ้าพ่อหักคอ แต่เวรกรรมตามสนองที่เสียสัจจะอย่างแรง เพราะเอ่ยเผยวาจาออกมาอย่างแรงที่สุดแล้วไม่ทำตาม

อาตมาบันทึกไว้ว่าแต่งานลูกสาววันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๗ อยู่มาปีนั้นไม่ได้บวช พอมาปีสุดท้าย อาตมาเห็นท่าไม่ดีแล้ว ก็บอกให้นายกรู่บวช เขาก็บอกว่า "หลวงน้ามันเข้าพรรษาแล้วบวชยังไงเล่า และผมก็มีครอบครัว เขาจะว่าเอาละมั้ง" และบอกต่อไปอีกว่า "ลูกผมก็ยังเข้างานไม่ได้ และผมยังเป็นหนี้แม่อีก ๔ หมื่น เอามาซื้อรถ เพิ่งส่งให้ไป ๒ หมื่น ก็คงจะบวชไม่ได้" อาตมาก็พยายามกล่อมเกลาและบอกให้กรู่บวชภายในเดือนสิงหาคมปีต่อมา ถ้าไม่บวชวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๘ ครบอีก ๑ ปีแล้ว ต้องตายแน่ อาตมานึกไว้ในใจ

อาตมาเตรียมบาตร ผ้าไตรไว้ข้างที่นั่งที่หอประชุมที่กุฏิอาตมา จะนิมนต์ท่านเจ้าคุณพรหมโมลีเป็นอุปัชฌาย์ เตรียมเครื่องอัฐบริขาร ถวายคู่สวด อุปัชฌาย์ให้เสร็จ กรู่บอกว่า "ไม่บวช ทำอย่างไรก็ไม่บวช และเรื่องที่ฝันก็บอกกับอาตมาว่า อย่าบอกให้แม่รู้ อย่าบอกให้ภรรยาผมรู้โดยเด็ดขาด" อาตมาก็รับปากจะไม่บอก "หลวงน้า อย่าบอกกับเจ้าคุณพรหมโมลี บอกไม่ได้เด็ดขาดนะ ที่ผมฝันร้ายนี้อย่าบอกนะ" "เอ้าตกลง" อาตมาก็ถือสัจจะให้มั่นคง "ไม่บอก" ถ้าบอกเดี๋ยวก็ตายอีก ทำนองนี้เป็นต้น ครูหนุน ทำนองเป็นครูใหญ่ วัดกลางธนรินทร์ จดไว้ด้วยกัน เหลืออีก ๗ วันจะครบ ๒ ปี เขาก็นิมนต์อาตมาไปฉันที่วัดกลาง ธนรินทร์ ทุกวัน ขอทำบุญ พอวันที่ ๗ ครบ ๒ ปี เขาก็บอกกับอาตมาว่า "หลวงน้า ผมไม่ได้ขับรถให้หลวงน้านะ ผมจะไปอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ มีคนเขาจ้างรถไปแต่งงาน" อาตมาก็ลืมไป ลืมสองปี อาตมาไปที่บ้านเก่า ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี กับเจ้าคุณวัดกลาง แล้วกลับมาตอนบ่าย นายกรู่ ทรัพย์ทองก่อนไปก็ลาแม่ ไหว้คนโน้นลาคนนี้แล้วก็ขับรถไป วันนั้นเป็นวันครบ ๒ ปีตามที่ยมทูตบอกไว้ พอบ่ายสองโมง อาตมากลับจากงานสักประเดี๋ยว เจ๊ลี้ ร้านช่างทองที่สิงห์บุรี มาบอกอาตมา

"หลวงพ่อ นายกรู่อยู่ไหม" อาตมาบอกว่า
"เขาไม่อยู่นะ ขับรถไปแต่งงานที่อำเภอท่าตะโก"
"ตายแล้ว"
"เอ้า รู้ได้อย่างไร"
"ลูกน้องของฉันไปนครสวรรค์มา เห็นรถนายกรู่คว่ำที่มโนรมย์ คอหักตาย ลูกน้องฉันเขายังไปช่วยเลย คนอื่นไม่เป็นอะไรเลย"
ก็ได้ความว่าขับรถไป มีผู้หญิงซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ขับตัดหน้า จะให้รถคว่ำ จะได้เก็บข้าวเก็บของ นายกรู่เห็นผู้หญิงขับรถก็ชะลอ แล้วก็บึ่งแซง รถมอเตอร์ไซค์ก็ตัดหน้า นายกรู่เบรคเต็มที่ โผล่ศีรษะออกมาบอกคนข้างหลัง บอกให้ระวัง เลยรถคว่ำทับคอหัก ตายคาที่ คอหมุนได้เลย ครบสองปีพอดี ตรงกับวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ตรงกับความฝัน และต้องตายอย่างนี้ด้วยนี่แหละเสียสัจจะ

อาตมาไปช่วยทำศพ ภรรยาของเข้าคือเจ๊ฮุ้น ไม่สามารถจะไปแจกการ์ดได้ เพราะไม่รู้จักใครเลย ไม่เหมือนตากรู่ ในที่สุดอาตมาก็นำเครื่องอัฏฐบริขาร เครื่องผ้าไตรและเครื่องอุปกรณ์ทั้งหมด ไปติดกัณฑ์เทศน์อุทิศให้ตากรู่ ให้ยมบาลบวชให้ในเมืองโน้นต่อไป

อันนี้ชี้ให้เห็นชัดเลยว่า ไม่ใช่บนไว้เป็นตัวกรรมเป็นที่เสียสัจจะ คนเสียสัจจะมักจะตายแบบนี้ทั้งนั้น เสียสัจจะวาจาที่ตนอ้างอิงไว้อย่างแรง บางคนบนไว้อย่างแรงเชียวนะจะตาย จะขาดใจแล้ว บนแล้วไม่ทำตาม ส่วนมากจะตายแบบนี้ หรือมิฉะนั้นล้มหัวฟาดน็อคพื้นตาย มีหลายรายดังที่กล่าวนี้

นี่แหละเรื่องสัญญาณมรณะของนายกรู่ ทรัพย์ทอง ผู้เป็นลูกศิษย์วัดอัมพวันนี้ แล้วก็ตายพอดีตามกำหนดที่ได้ฝันนั้นทุกประการ ถ้าหากว่าบวชตามที่อาตมาบอกแล้ว รับรองไม่ตายเนื่องจากไม่ต้องขับรถ ยมบาลเขาบอกแล้วต้องคอหักตาย ถ้าไม่บวชคุณก็ต้องไปขับรถ รถจะต้องคว่ำหรือชนตายในวันดังที่กล่าวแล้ว เป็นความจริงดังที่บันทึกไว้ทุกประการ มีพยานหลักฐาน เจ๊ฮุ้นยังอยู่ พอศพมาถึงวัด อาตมาก็เปิดเผยให้เจ้าคุณวัดกลางฟัง เจ้าคุณบอกว่าน่าจะบอก อาตมาบอกว่า "บอกไม่ได้หลวงพ่อ ผมก็เสียสัจจะ เพราะเขาห้ามโดยเด็ดขาด ห้ามบอกเจ้าคุณ ห้ามบอกเจ๊ฮุ้น ห้ามบอกแม่ของเขา เลยก็ไม่ได้บอก"

มีอาจารย์หนุน ทำนอง อดีตครูใหญ่วัดกลางธนรินทร์ก็ทราบเรื่องนี้ดี แต่ทราบไม่ละเอียด เพราะอาตมาปิดบางข้อท่านไม่ทราบ กรู่ไม่ให้พูด จนตายแล้ว ก็เปิดเผยให้ฟังเป็นข้อ ๆ ย่อใจความ กรู่ก็เล่าให้ครูหนุน ทำนองฟัง แต่เล็กน้อยดังที่กล่าวแล้ว อันนี้ยกตัวอย่างสัญญาแห่งมรณะ ทุกคนจะต้องมีสัญญา ทุกคนจะต้องมีนิมิต รู้ว่าจะต้องตายอย่างไร แต่เราไม่ได้สนใจตัวเองแต่ประการใด นายกรู่ก็ตายตามสัญญานั้นทุกประการ

สุดท้ายนี้ของความสุขสวัสดีจงมีแก่บรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายผู้ใคร่ธรรมสัมมาปฏิบัติ และจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธนสารสมบัติ จะนึกคิดสิ่งหนึ่งประการใดสมความมุ่งมาดปรารถนาด้วยกันทุก ๆ ท่าน ณ โอกาสบัดนี้เทอญ

 

หน้าที่แล้ว - - - หน้าต่อไป


ใส่ข้อความที่ท่านต้องการค้นหา ในเว็บ jarun.org ในช่องนี้ครับ




หากท่านมีปัญหา สงสัย ใคร่รู้ เรียนเชิญร่วมเข้ามาถามตอบ ในกระทู้ธรรม ของวัดอัมพวันครับ

 

เว็บไซต์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)
วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐ โทร. ๐-๓๖๕๙-๙๓๘๑
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
ปรับปรุงเป็นรุ่นปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ปรับปรุงย่อย เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ติดต่อคณะผู้จัดทำ:
web site: กรอกแบบฟอร์มที่นี่e-mail: webmaster@jarun.orgmsn: jarun.org@hotmail.com

Copyright © 2006-2007 jarun.org All Rights Reserved Version 6.1
ตามเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เนื้อหาทุกส่วนในเว็บไซต์นี้ท่านสามารถนำไปเผยแผ่ หรือเก็บไว้ได้ใช้ส่วนตัวได้โดยมิต้องขออนุญาต
ยกเว้นกรณีนำไปใช้เพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจาก คณะที่ปรึกษา เสียก่อน