 |
อีกคนหนึ่งตาโปน นุ่งผ้าแดงใส่เสื้อแดงโพกผ้าสีแดง
มีผ้าห้อยคอสีขาว มีความสงสารนายรู่บอกว่า "กรู่เอ๋ย เอาละข้าสงสารเจ้า
ลูกยังเล็กนักเอาอย่างนี้ได้ไหม ภายใน ๒ ปีนี้ บวชเสีย เจ้าบวชภายใน
๒ ปีนี่ได้ไหม บวชเสียจะได้ไม่เอาไป" กรู่ก็บอกว่า "บวชไม่ได้ครับ
หลวงพ่อผมก็บวชไปองค์หนึ่งแล้ว เป็นสมภารมีลูกชายคนเดียวคือผมเท่านั้น
ผมไปบวช เขาจะหาว่ามาอาศัยข้าววัดกิน กำลังทำมาค้าขาย" เขาบอกว่า
"ตามใจนะ ไม่ได้ว่าอะไรนะ ต้องบวชเรียนภายใน ๒ ปีนี้ ถ้าไม่บวชตายนะ
รถชนคอหักตายนะ ถ้าบวชแล้วคงไม่ขับรถ จะเอาอย่างไรกันแน่" แล้วก็ตกใจตื่น
เขาก็ร้องไห้มาหาอาตมา เล่าให้อาตมาฟัง อาตมาฟังแล้วก็จด บอกว่า
"กรู่ บวชเถอะ" อยู่ต่อมาได้ ๑ ปี ก็ไม่บวช ขับรถให้อาตมาตลอดรายการ
ต่อมานายกรู่ฝันว่า มันปวดที่ตับ ปวดในปวดนอกจะตาย ทำนองนี้เป็นต้น
แต่แล้วมันก็เป็นจริงขึ้นมาตามลำดับ เหลือไม่กี่วันจะแต่งงานลูกสาว
นายกรู่ฝันอีก บอกว่า เจ้ามีลูกจะแต่งงานแล้ว อายุ ๒๔ ปี เจ้าก็คงจะเป็น
๔๘ เจ้าจะต้องตาย ตายอย่างอเนจอนาถ เพราะเสียสัจจะ ที่บนบานสานกล่าว |
ขอเจริญพรญาติโยมไว้ในที่นี่ว่า ไม่ใช่เจ้าพ่อหักคอ
แต่เวรกรรมตามสนองที่เสียสัจจะอย่างแรง เพราะเอ่ยเผยวาจาออกมาอย่างแรงที่สุดแล้วไม่ทำตาม
อาตมาบันทึกไว้ว่าแต่งานลูกสาววันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๗
อยู่มาปีนั้นไม่ได้บวช พอมาปีสุดท้าย อาตมาเห็นท่าไม่ดีแล้ว ก็บอกให้นายกรู่บวช
เขาก็บอกว่า "หลวงน้ามันเข้าพรรษาแล้วบวชยังไงเล่า และผมก็มีครอบครัว
เขาจะว่าเอาละมั้ง" และบอกต่อไปอีกว่า "ลูกผมก็ยังเข้างานไม่ได้ และผมยังเป็นหนี้แม่อีก
๔ หมื่น เอามาซื้อรถ เพิ่งส่งให้ไป ๒ หมื่น ก็คงจะบวชไม่ได้" อาตมาก็พยายามกล่อมเกลาและบอกให้กรู่บวชภายในเดือนสิงหาคมปีต่อมา
ถ้าไม่บวชวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๘ ครบอีก ๑ ปีแล้ว ต้องตายแน่ อาตมานึกไว้ในใจ
อาตมาเตรียมบาตร ผ้าไตรไว้ข้างที่นั่งที่หอประชุมที่กุฏิอาตมา
จะนิมนต์ท่านเจ้าคุณพรหมโมลีเป็นอุปัชฌาย์ เตรียมเครื่องอัฐบริขาร
ถวายคู่สวด อุปัชฌาย์ให้เสร็จ กรู่บอกว่า "ไม่บวช ทำอย่างไรก็ไม่บวช
และเรื่องที่ฝันก็บอกกับอาตมาว่า อย่าบอกให้แม่รู้ อย่าบอกให้ภรรยาผมรู้โดยเด็ดขาด"
อาตมาก็รับปากจะไม่บอก "หลวงน้า อย่าบอกกับเจ้าคุณพรหมโมลี บอกไม่ได้เด็ดขาดนะ
ที่ผมฝันร้ายนี้อย่าบอกนะ" "เอ้าตกลง" อาตมาก็ถือสัจจะให้มั่นคง
"ไม่บอก" ถ้าบอกเดี๋ยวก็ตายอีก ทำนองนี้เป็นต้น ครูหนุน ทำนองเป็นครูใหญ่
วัดกลางธนรินทร์ จดไว้ด้วยกัน เหลืออีก ๗ วันจะครบ ๒ ปี เขาก็นิมนต์อาตมาไปฉันที่วัดกลาง
ธนรินทร์ ทุกวัน ขอทำบุญ พอวันที่ ๗ ครบ ๒ ปี เขาก็บอกกับอาตมาว่า
"หลวงน้า ผมไม่ได้ขับรถให้หลวงน้านะ ผมจะไปอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
มีคนเขาจ้างรถไปแต่งงาน" อาตมาก็ลืมไป ลืมสองปี อาตมาไปที่บ้านเก่า
ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี กับเจ้าคุณวัดกลาง แล้วกลับมาตอนบ่าย
นายกรู่ ทรัพย์ทองก่อนไปก็ลาแม่ ไหว้คนโน้นลาคนนี้แล้วก็ขับรถไป
วันนั้นเป็นวันครบ ๒ ปีตามที่ยมทูตบอกไว้ พอบ่ายสองโมง อาตมากลับจากงานสักประเดี๋ยว
เจ๊ลี้ ร้านช่างทองที่สิงห์บุรี มาบอกอาตมา |
"หลวงพ่อ นายกรู่อยู่ไหม" อาตมาบอกว่า
"เขาไม่อยู่นะ ขับรถไปแต่งงานที่อำเภอท่าตะโก"
"ตายแล้ว"
"เอ้า รู้ได้อย่างไร"
"ลูกน้องของฉันไปนครสวรรค์มา เห็นรถนายกรู่คว่ำที่มโนรมย์ คอหักตาย
ลูกน้องฉันเขายังไปช่วยเลย คนอื่นไม่เป็นอะไรเลย"
ก็ได้ความว่าขับรถไป มีผู้หญิงซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ขับตัดหน้า จะให้รถคว่ำ
จะได้เก็บข้าวเก็บของ นายกรู่เห็นผู้หญิงขับรถก็ชะลอ แล้วก็บึ่งแซง
รถมอเตอร์ไซค์ก็ตัดหน้า นายกรู่เบรคเต็มที่ โผล่ศีรษะออกมาบอกคนข้างหลัง
บอกให้ระวัง เลยรถคว่ำทับคอหัก ตายคาที่ คอหมุนได้เลย ครบสองปีพอดี
ตรงกับวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ ตรงกับความฝัน และต้องตายอย่างนี้ด้วยนี่แหละเสียสัจจะ
อาตมาไปช่วยทำศพ ภรรยาของเข้าคือเจ๊ฮุ้น
ไม่สามารถจะไปแจกการ์ดได้ เพราะไม่รู้จักใครเลย ไม่เหมือนตากรู่
ในที่สุดอาตมาก็นำเครื่องอัฏฐบริขาร เครื่องผ้าไตรและเครื่องอุปกรณ์ทั้งหมด
ไปติดกัณฑ์เทศน์อุทิศให้ตากรู่ ให้ยมบาลบวชให้ในเมืองโน้นต่อไป |
|
อันนี้ชี้ให้เห็นชัดเลยว่า ไม่ใช่บนไว้เป็นตัวกรรมเป็นที่เสียสัจจะ
คนเสียสัจจะมักจะตายแบบนี้ทั้งนั้น เสียสัจจะวาจาที่ตนอ้างอิงไว้อย่างแรง
บางคนบนไว้อย่างแรงเชียวนะจะตาย จะขาดใจแล้ว บนแล้วไม่ทำตาม ส่วนมากจะตายแบบนี้
หรือมิฉะนั้นล้มหัวฟาดน็อคพื้นตาย มีหลายรายดังที่กล่าวนี้
|
นี่แหละเรื่องสัญญาณมรณะของนายกรู่
ทรัพย์ทอง ผู้เป็นลูกศิษย์วัดอัมพวันนี้ แล้วก็ตายพอดีตามกำหนดที่ได้ฝันนั้นทุกประการ
ถ้าหากว่าบวชตามที่อาตมาบอกแล้ว รับรองไม่ตายเนื่องจากไม่ต้องขับรถ
ยมบาลเขาบอกแล้วต้องคอหักตาย ถ้าไม่บวชคุณก็ต้องไปขับรถ รถจะต้องคว่ำหรือชนตายในวันดังที่กล่าวแล้ว
เป็นความจริงดังที่บันทึกไว้ทุกประการ มีพยานหลักฐาน เจ๊ฮุ้นยังอยู่
พอศพมาถึงวัด อาตมาก็เปิดเผยให้เจ้าคุณวัดกลางฟัง เจ้าคุณบอกว่าน่าจะบอก
อาตมาบอกว่า "บอกไม่ได้หลวงพ่อ ผมก็เสียสัจจะ เพราะเขาห้ามโดยเด็ดขาด
ห้ามบอกเจ้าคุณ ห้ามบอกเจ๊ฮุ้น ห้ามบอกแม่ของเขา เลยก็ไม่ได้บอก" |
มีอาจารย์หนุน ทำนอง อดีตครูใหญ่วัดกลางธนรินทร์ก็ทราบเรื่องนี้ดี
แต่ทราบไม่ละเอียด เพราะอาตมาปิดบางข้อท่านไม่ทราบ กรู่ไม่ให้พูด จนตายแล้ว
ก็เปิดเผยให้ฟังเป็นข้อ ๆ ย่อใจความ กรู่ก็เล่าให้ครูหนุน ทำนองฟัง
แต่เล็กน้อยดังที่กล่าวแล้ว อันนี้ยกตัวอย่างสัญญาแห่งมรณะ ทุกคนจะต้องมีสัญญา
ทุกคนจะต้องมีนิมิต รู้ว่าจะต้องตายอย่างไร แต่เราไม่ได้สนใจตัวเองแต่ประการใด
นายกรู่ก็ตายตามสัญญานั้นทุกประการ
สุดท้ายนี้ของความสุขสวัสดีจงมีแก่บรรดาญาติพี่น้องทั้งหลายผู้ใคร่ธรรมสัมมาปฏิบัติ
และจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธนสารสมบัติ จะนึกคิดสิ่งหนึ่งประการใดสมความมุ่งมาดปรารถนาด้วยกันทุก
ๆ ท่าน ณ โอกาสบัดนี้เทอญ
|