เพิ่มลดปกติ

คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 7
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง คติกรรมฐาน
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

ในวันนี้จะให้โอวาท คติกรรมฐาน โยมโปรดตั้งใจฟัง ณ บัดนี้

ทุกข์ที่น่ากลัว ความทุกข์ในโลกมนุษย์นี้มีหลากหลาย ท่านมีแต่ความทุกข์ มีเงินทองมากมายก็หาความสุขไม่ได้แต่ซื้อความสะดวกได้ อยากได้รถกี่คันไปซื้อมา แต่ความสุขมันอยู่ที่ซื้อรถแล่นไหม สามีภรรยาทะเลาะกันมีความสุขไหม นี่แหละทุกข์ที่น่ากลัว จะอธิบายให้ฟัง

คนที่ไม่มีธรรมะชอบขี้เกียจ ขี้โกง ขี้อิจฉาริษยา ชอบประทุษร้ายเขา จะมีแต่ความทุกข์ที่น่ากลัวมาก ที่หาเรื่องประทุษร้ายใส่ความผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิดจนได้รับโทษทัณฑ์ ผู้นั้นต้องถึงความพินาศ 4 ประการ ทราบได้จากการเจริญพระกรรมฐาน

1. เกิดความทุกขเวทนาเร่าร้อนอย่างแรงกล้า ต้องพบข้อนี้ก่อน เกิดความทุกขเวทนาเร่าร้อนใจ ปวดอย่างทนไม่ไหว เกิดทุกข์กายเข้ามาหาทุกข์ใจ นักกรรมฐานต้องกำหนดเวทนาว่า "ปวดหนอ ปวดหนอ" ตายให้ตาย

อยากรู้ความจริงของชีวิต ต้องเข้าวัดปฏิบัติและน้อมถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา ด้วยการปฏิบัติธรรม ขอยอมตายตามคำสอนของพระพุทธเจ้า "ปวดหนอ ปวดหนอ" นี่ทุกข์อย่างร้ายแรง ทุกข์นี้เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป จิตจะพบพระ ใจไม่กังวลต่อทุกขเวทนา เวทนาจะหายไป ทุกข์ออกไปความสุขมาแทนที่ สร้างความดีกันต่อไป

2. ถึงความเสื่อมความตาย ถ้าใครถวายชีวิตต่อพระรัตนตรัยได้ จะได้ผล คนที่ยังกลัวตายจะมีแต่ความทุกข์ระทมขมขื่นตลอดรายการ ต้องอดทนต่อสู้ ตายให้ตาย คนที่ไม่สู้จะถึงความเสื่อมความตายทันที ความเสื่อมคืออะไร จิตใจของท่านเสื่อม ท่านจะตายด้วยความประมาท อันนี้กรรมฐานนะ

คนไหนไม่รักตัวยังกลัวลำบากอยู่ คนนั้นยากที่จะได้ธรรมะ รักตัวอย่ากลัวลำบาก ต้องทนทุกข์ผ่านความเสื่อมความตายให้ได้

ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 กำหนดจิตใจ เมื่อใดเข้มแข็ง จิตใจท่านจะไม่เสื่อมต่อพระรัตนตรัย ความตายจะเกิดขึ้นอย่างไร อมตะจิตท่านจะไม่ตาย ถึงท่านจำเป็นต้องจากสังขาร แต่อมตะจิตท่านจะไปสู่ความดี ท่านจะมีปัญญา ท่านจะไม่ปวดอย่างทรมาน โทษที่น่ากลัวคืออิจฉา จะเกิดอาพาธเจ็บป่วยอย่างหนัก ต้องทนทุกข์ทรมาน สำหรับคนที่ใส่ร้ายป้ายสีเขา จิตใจถึงธรรมะจะไม่อิจฉาใครจะไม่มีโทษที่น่ากลัวกับเราเลย

3. จิตฟุ้งซ่านกระวนกระวายเสมอ คนที่อิจฉาริษยาเขานั้น จิตจะกระวนกระวายและฟุ้งซ่านตลอดชีวิต ถ้าท่านเจริญสติปัฏฐาน 4 กำหนด "ปวดหนอ ปวดหนอ" จิตก็ไม่ฟุ้งซ่าน จิตก็เป็นกุศล จะไม่ใส่ร้ายป้ายสีใคร ให้ทุกข์ทรมานถึงขนาดนี้เลย คนที่จิตฟุ้งซ่านกระวนกระวายใส่ร้ายป้ายสีเขาตลอดมา และไม่ได้เจริญกรรมฐาน จะเข้าหลักว่าถูกผู้ใหญ่เพ่งโทษ ข้าราชการถูกผู้ใหญ่สอบสวน ถูกไล่ออก และถูกใส่ความอย่างร้ายแรงที่เราไปใส่ความเขามา ถ้าท่านเจริญสติได้ ท่านจะแผ่เมตตา อโหสิกรรม ไม่ใส่ร้ายป้ายสีใคร ผู้ใหญ่ก็ไม่ใส่โทษให้แก่เราอย่างร้ายแรงเหมือนแต่ก่อนมา

4. ญาติมิตรทอดทิ้ง เนื่องจากไปทอดทิ้งคนอื่น ไปใส่ร้ายเขาเอาแต่ตัวลอยลม ในอนาคตท่านจะถูกญาติมิตรทอดทิ้ง ไปรับราชการผู้ใหญ่จะทอดทิ้ง ลูกของเราจะต้องถูกออกจากราชการ นี่เป็นกฎแห่งกรรมนะ ถ้าคนไหนแผ่เมตตาในพระกรรมฐาน ญาติมิตรไม่ทอดทิ้ง กฎแห่งกรรมที่เราไปทิ้งเขามา ไปใส่ร้ายป้ายสีเขา เมื่อแก่แล้วต้องถูกทอดทิ้ง ถึงจะมีสมบัติกี่พันล้านก็ต้องถูกทอดทิ้ง ถ้าเราตายไปก่อน ลูกหลานก็ทอดทิ้งตัวเอง ทรัพย์สินที่มีอยู่จะพินาศตลอดไป ลูกหลานจะแย่งกัน

ความทุกข์ในโลกมนุษย์เป็นแบบนี้เองหนอ ถ้าท่านเจริญกรรมฐานจะผ่านข้อนี้ ทรัพย์สินที่มีอยู่จะไม่พินาศมีแต่เงินไหลนองทองไหลมา จิตเป็นกุศล แผ่เมตตา ไฟไม่ไหม้บ้านแน่ บางแห่งสร้างใหม่ๆ ไฟไหม้หมดแล้ว จิตไม่ดีไฟก็มาไหม้บ้านโดยไม่น่าเชื่อ ถ้าท่านเจริญกรรมฐานจะผ่านคำว่า ทุกข์ จะไม่มีใครมาใส่ร้ายป้ายสีแต่ประการใด ชนิดของทุกข์

ทุกข์จำแนกตามลักษณะการเกิดได้ 10 ประการดังนี้

1. สภาวทุกข์ เกิดก็เป็นทุกข์ แก่ก็เป็นทุกข์ ตายก็เป็นทุกข์

2. ปกิณณกทุกข์ ทุกข์จรเข้ามาในใจ เศร้าโศกเสียใจแทนเขา เจ็บปวดร้าวทั่วสกลกาย เรากำหนดจิต จะหายไปได้

3. นิพัทธ มีทั้งร้อน หนาว หิว กระหาย เป็นทุกข์เหลือเกิน ถ้ามีสติสัมปชัญญะดีมีปัญญา ท่านจะไม่มีความหนาวร้อย หนาวก็สู้ ร้อนก็ต้องทน หิวก็ต้องทน กระหายก็ต้องทน หมดทุกข์แน่ๆ

4. พยาธิทุกข์ ทุกข์เกิดตามร่างกาย พยาธิโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน โรคกายเกิดทั่วสกลกายไปหมด ปวดโน่นปวดนี่ เราเจริญกรรมฐานแก้ได้ กำหนด "ปวดหนอ ปวดหนอ" ตายให้ตาย จะขาดใจตายแล้วเพื่อนเอ๋ยมาช่วยหน่อย เพื่อนตายก็คือกรรมฐาน สติอันหนึ่ง สัมปชัญญะอันหนึ่งเป็นเพื่อนตายแน่ๆ เมื่อกำหนดได้จะได้จากพยาธิทุกข์ จะไม่มีทุกข์ทางร่างกาย

5. สันตาปทุกข์ ทุกข์เกิดจากกิเลสเผา เกิดโลภะอยากได้ของเขา ไม่ได้ก็เป็นทุกข์ โทสะโกรธเขา แก้แค้นไม่ได้ก็มีแต่ความทุกข์ โมหะทุกข์เกิดจากกิเลสเผากายเผาใจ เราก็ตั้งสติปัฏฐาน 4 กำหนดจิตให้ได้ ตั้งสติสัมปชัญญะไว้ให้ดี จะเผาใจเราก็แก้ได้ นี่สิจะพ้นทุกข์

6. วิบากทุกข์ ทุกข์เกิดจากผลบาปกรรม จากกฎแห่งกรรมที่ได้ทำมา เงาบุญ เงาบาป ของใครของมัน ถ้าเจริญสติปัฏฐาน 4 ท่านจะรู้ว่ากฎแห่งกรรมเป็นประการใด

อาตมาเคยพูดมานานว่า ผลจากการเจริญสติปัฏฐาน 4 ในขั้นแรกคือ รำลึกชาติได้ รู้กฎแห่งกรรม และแก้ปัญหาได้ ถ้าท่านเจริญสติปัฏฐาน 4 อโหสิกรรมต่อบาปกรรมแล้วไม่ปฏิเสธทุกข้อหา รับรองรับใช้กรรม เหมือนอาตมารู้ล่วงหน้าว่าคอจะหัก รีบใช้กรรมนกเสีย ที่เราไปหักคอมัน ผลบาปเกิดจากการกระทำของอาตมาเอง อาตมารับทุกข์แต่เพียงผู้เดียว คอหัก แขนหัก ขาหัก ฟ้าผ่า ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หมดแล้วที่เคยไปรับจ้างต้มเต่า เห็นชัดหรือไม่

 

หน้าต่อไป


ใส่ข้อความที่ท่านต้องการค้นหา ในเว็บ jarun.org ในช่องนี้ครับ




หากท่านมีปัญหา สงสัย ใคร่รู้ เรียนเชิญร่วมเข้ามาถามตอบ ในกระทู้ธรรม ของวัดอัมพวันครับ

 

เว็บไซต์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)
วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐ โทร. ๐-๓๖๕๙-๙๓๘๑
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
ปรับปรุงเป็นรุ่นปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ปรับปรุงย่อย เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ติดต่อคณะผู้จัดทำ:
web site: กรอกแบบฟอร์มที่นี่e-mail: webmaster@jarun.orgmsn: jarun.org@hotmail.com

Copyright © 2006-2007 jarun.org All Rights Reserved Version 6.1
ตามเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เนื้อหาทุกส่วนในเว็บไซต์นี้ท่านสามารถนำไปเผยแผ่ หรือเก็บไว้ได้ใช้ส่วนตัวได้โดยมิต้องขออนุญาต
ยกเว้นกรณีนำไปใช้เพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจาก คณะที่ปรึกษา เสียก่อน