เพิ่มลดปกติ

คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 7
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง คติกรรมฐาน
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

7. สหคตทุกข์ ทุกข์เกิดจากโลกธรรม 8 ประการ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ นินทา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ เขามาเยินยอสรรเสริญเราก็ชื่นใจ เดี๋ยวก็ทุกข์มาแทนที่แล้ว มันก็ไม่จริงตามที่เขาสรรเสริญเยินยอ เขานินทาว่าร้ายเรากลับไปเสียใจ มีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น ขอให้ธรรมะในตอนนี้ว่า ถ้าวันไหนมีใครมาด่าอาตมา อาตมาได้บุญมากได้กำไรเยอะ จะไม่ฟังเสียงคำด่าแต่จะฟังเสียเหตุผลว่าเราเป็นจริงตามคำด่าไหม ถ้าไม่จริงคำด่านั้นกลับไปหาเขา ถ้าเป็นดังคำด่าเราก็แก้ตัวเสียใหม่ทำดีให้รุ่งเรืองเจริญต่อไป ไม่หวั่นไหว ตั้งสติสัมปชัญญะไว้

8. อาหารปริเยฏฐิทุกข์ ทุกข์เกิดจากการเลี้ยงชีพ ท่านหาอาชีพการงานไม่ดี รับประทานอาหารบาปลงไปในท้อง อาหารไปเลี้ยงร่างกาย ร่างกายของท่านก็เป็นบาปเป็นทุกข์ ถ้าอาหารได้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เงินทองได้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ นำมาเลี้ยงชีพ เลี้ยงลูกหลานท่านก็มีแต่ความสุข รับประทานอาหารกำหนดจิต เคี้ยวช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด กลืนหนอ กลืนด้วยสติสัมปชัญญะ อาหารเป็นบุญ อาหารไปเลี้ยงร่างกาย ท่านจะเกิดความสุข

9. วิวาทมูลกทุกข์ ทุกข์เกิดจากการหนักใจมาก เกิดจากการวิวาทกัน ภรรยาไม่ดี สามีไม่ดี ลูกไม่ดี ผู้เป็นพ่อบ้านแม่เรือนเป็นทุกข์หนักใจไหม ท่านว่าพี่ว่าน้องไม่ได้ก็หนักใจ น้องมาสู้พี่ พี่ก็หนักใจ ถ้าท่านมีสติสัมปชัญญะ มีปัญญาแก้ไขปัญหาในครอบครัวได้จะไม่มีความหนักใจ ไม่เอาความหนักใจไว้ในใจ อย่าแบกหามไว้บนบ่าเลย หนักมากนักก็วางเสียบ้างสิ ท่านจะแก้ตัวได้หรือไม่ ถ้าท่านหนักแล้วยังขืนแบกต่อไป ท่านก็โง่ต่อไป

10. ทุกขขันธ์ ทุกข์เกิดจากขันธ์ห้า คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ มีแต่ความทุกข์ ถ้าท่านมีสติปัฏฐาน 4 เข้าไปยันไว้ รูปนามเป็นอารมณ์ ก็หมดทุกข์ ถึงบรมสุขคือนิพพาน

บุญเกิดจากการเจริญกรรมฐาน

การเจริญกรรมฐานเป็นการกระทำที่ทำให้จิตใจของท่านเป็นบุญ ท่านเจริญกรรมฐานได้จะเกิดบุญ 10 ประการดังนี้

  1. การบริจาค การให้วัตถุ ทั้งความรู้ และการให้อภัย จะเกิดขึ้นในใจของนักกรรมฐานคือ เป็นบุญ
  2. การรักษาศีล คือ งดเว้นจากความชั่วต่างๆ ได้
  3. ารเจริญภาวนา เจริญสติปัฏฐาน 4 เพื่ออบรมจิตให้มั่นคงในความดี
  4. การอ่อนน้อมถ่อมตนและการกราบไหว้บูชา จะมีต่อนักกรรมฐาน ผู้อ่อนน้อมต่อท่านผู้ใหญ่ บูชาต่อพระรัตนตรัย ไม่ถือผีถือเจ้า ไม่ไปไหว้ผีไหว้เจ้า แต่ผีปู่ย่าตายายไหว้ได้ เจ้าที่เป็นเจ้าของเรา เป็นผู้มีพระคุณก็ไหว้ได้ ไม่ใช่ผีเจ้าเข้าทรงนั่นคนละเรื่องกัน พูดตีความให้มันแตก อย่านำมารวมกันจะเสียหาย
  5. การช่วยขวนขวายในการทำความดีของผู้อื่น จะเกิดขึ้นจากนักกรรมฐาน จิตใจจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ที่ขวนขวายในการทำความดีของผู้อื่นได้ จะไม่มีอิจฉาใครแน่
  6. การแผ่ส่วนบุญหรืออุทิศส่วนบุญแก่ผู้อื่นได้อย่างตรงใจใม่มีตะขิดตะขวงใจแต่ประการใด
  7. การชื่นชมยินดีต่อการทำความดีของผู้อื่นได้อย่างจริงใจ จะออกมาเป็นบุญ สำหรับนักกรรมฐานที่ทำได้จะยินดี มุทิตาจิตกับบุคคลที่สร้างความดี จะเป็นลูกหลานหรือไม่ใช่ก็ตาม
  8. การฟังเทศน์ ฟังสิ่งที่มีคติธรรม สิ่งที่ไร้สาระจะไม่อยากฟัง ฟังสิ่งที่มีประโยชน์เสมอไป
  9. การเทศน์จะสอนชี้แจงให้ความดีเท่านั้น
  10. การตั้งความคิดเห็นให้ตรงตามหลักของกรรมจากการกระทำกฎแห่งกรรมจะยอมรับ มีความรู้ซึ้งตื้นลึกหนาบางด้วยความถูกต้อง จะไม่มีขี้เกียจ ไม่มีขี้โกง ไม่มีริษยา แต่ประการใด

โทษของการริษยา ท่านที่ปฏิบัติกรรมฐานจะได้ทราบว่า โทษจากการริษยามีอยู่ 5 ประการดังต่อไปนี้

  1. เป็นสาเหตุทำให้เกิดการแตกความสามัคคี
  2. เป็นอุปสรรคของการประสานงานที่ดี จะประสานงานกับใครไม่ได้ เพราะท่านไปอิจฉาเขา
  3. เป็นเครื่องทำลายขวัญและกำลังใจผู้ปฏิบัติงานร่วมกัน
  4. เป็นการสร้างศัตรูให้กับตัวเอง ไม่มีเมตตาต่อใคร
  5. ขาดความจริงใจ คนที่ริษยาเขาไม่มีจิตใจตรง ขาดความจริงใจจริงจังต่อกัน ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อกิจการของตน คนที่ไม่มีความจริงใจต่อตัวเอง โกหกตัวเองเสมอ คนนั้นจะอิจฉาเรื่อยไป เห็นคนอื่นได้ดีไม่ได้แค้นใจแทน เห็นคนอื่นได้ชั่วซ้ำมันเลย คนประเภทนี้ไม่มีกรรมฐาน

ถ้าท่านเจริญกรรมฐาน 7 วัน เข้าถึงธรรมะเมื่อใด ท่านจะเข้าใจเรื่องนี้ จะไม่อยากอิจฉาใคร อยากจะสร้างความดีในครอบครัวให้มากที่สุด อยากจะช่วยสังคมด้วยมนุษยสัมพันธ์ จะไม่มีการสร้างศัตรูกับใคร มีแต่สร้างความดีให้ลูกหลานเป็นใหญ่เป็นโตให้จงได้

อันที่จริงเขาก็อยากให้เราดี แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้ จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน แต่ทางธรรมไม่ใช่อย่างนั้น สร้างความดีให้เด่นจะเห็นไกลเขาจะได้มาดูความดีที่เด่น

ท่านทั้งหลาย ถ้าท่านเจริญกรรมฐาน ท่านจะพบข้อนี้ ท่านจะไม่ริษยาใคร คนที่มีจิตเป็นธรรมะ มีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ประทับอยู่ที่ใจ จะเห็นศัตรูเป็นมิตรเรา เขาก็จะเป็นมิตรกับเราต่อไป จะเห็นคนทำชั่วเป็นคนที่น่าสงสาร อยากจะให้เขาเป็นคนดีจะทำอย่างไร จะไม่เกลียดคนชั่ว

ผลงานจากการเจริญกรรมฐาน การเจริญกรรมฐานได้ผลงานดังนี้

1. มีวินัยในตัวเอง 3 ประการคือ

1.1 รู้จักระวังตัว
1.2 รู้จัดควบคุมตัวได้
1.3 รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเด็กจะไม่เถียงผู้ใหญ่

2. มีกิจนิสัย 4 ประการ

2.1 ขยันไม่จับจด รักงาน สู้งาน
2.2 ประหยัด รู้จักใช้ชีวิตและทรัพย์สินอย่างถูกต้องและคุ้มค่า
2.3 พัฒนา รู้จักพัฒนาตัวเอง และอาชีพให้ดีขึ้น
2.4 สามัคคี รักครอบครัว รักหมู่คณะ และรักประเทศชาติ

3. มีลักษณะนิสัย 4 ประการ

3.1 มีสัมมาคารวะ
3.2 อุตสาหะพยายาม
3.3 ปฏิบัติตามระเบียบวินัย
3.4 รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่ วางตัวได้เหมาะสม

4. มีความรู้คู่กับคุณธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 4 ประการได้

4.1 รู้จักคิด
4.2 รู้จักปรับตัว
4.3 รู้จักแก้ปัญหา
4.4 มีทักษะในการทำงานและค่านิยมที่ดีงามในอนาคต เจ้านายทิ้งลูกน้องไม่ได้ ลูกน้องทิ้งเจ้านายไม่ได้ เข้าหลักที่ว่า ผู้ใหญ่ดึง ผู้น้อยดัน คนเสมอกันจะได้อุปถัมภ์ค้ำจุนต่อไป

 

หน้าที่แล้ว - - - หน้าต่อไป


ใส่ข้อความที่ท่านต้องการค้นหา ในเว็บ jarun.org ในช่องนี้ครับ




หากท่านมีปัญหา สงสัย ใคร่รู้ เรียนเชิญร่วมเข้ามาถามตอบ ในกระทู้ธรรม ของวัดอัมพวันครับ

 

เว็บไซต์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)
วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐ โทร. ๐-๓๖๕๙-๙๓๘๑
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
ปรับปรุงเป็นรุ่นปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ปรับปรุงย่อย เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ติดต่อคณะผู้จัดทำ:
web site: กรอกแบบฟอร์มที่นี่e-mail: webmaster@jarun.orgmsn: jarun.org@hotmail.com

Copyright © 2006-2007 jarun.org All Rights Reserved Version 6.1
ตามเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เนื้อหาทุกส่วนในเว็บไซต์นี้ท่านสามารถนำไปเผยแผ่ หรือเก็บไว้ได้ใช้ส่วนตัวได้โดยมิต้องขออนุญาต
ยกเว้นกรณีนำไปใช้เพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจาก คณะที่ปรึกษา เสียก่อน