เพิ่มลดปกติ

คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 9
:: ภาคธรรมปฏิบัติ :: เรื่อง ทำความดีนี้แสนยาก
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

มีอยู่คนหนึ่งเป็นชาวมาเลเซีย ปวดขามา ๗ ปีแล้ว ทรมานเหลือเกิน พูดไทยไม่ได้ มานั่งกรรมฐานที่วัดนี้ กำหนดปวดหนออย่างเดียว ปวดจนน้ำตาร่วง ปวดหนักตั้งสติไว้ ปวดหนอนี่อุปาทาน ยึดการศึกษาเรียกว่าสมถวิธี เป็นการศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริงพอเห็นจริงแล้ว เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป วูบเลย เวทนาหายไปเลย จิตก็เป็นกุสลเกิดปัญญา นั่งงอขา พับเพียบได้ทันที เดิมงอขาไม่ได้ นั่งไม่ได้ ต้องเหยียดขาโด่ออกไป ภาวนาก็ผุดขึ้นมาทันที บอกเหตุการณ์ของกฎแห่งกรรม

คนจะรู้กฎแห่งกรรมได้ต้องผ่านเวทนา เวทนาทำให้รู้กฎแห่งกรรม ไม่ใช่มานั่งหลับตาเห็นกรรมนะ ปวดหนอ ปวดหนอ ปวดหนอ ปวดจังเลย ตายให้ตาย จิตยึดมั่นเป็นสมถะ ศึกษาเวทนาจบรายการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเลย เพราะรู้จริงเสียแล้วจิตจะไม่ยึดถือ ขอให้นักกรรมฐานโปรดจำข้อนี้ไว้ รู้จริงจะไม่ยึด รู้จริงยิ่งสงบ คนไหนรู้ไม่จริง จิตไม่สงบ รู้แต่วิชาการใช้ไม่ได้ เลยก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ขางอได้เลย และไม่ปวดจนบัดนี้

กฎแห่งกรรมโผล่ออกมาว่า ไปขว้างขาหมู หนอนกินแล้วจับขายให้เขาฆ่าตาย เอามีดไปข้างขามัน ตัวเองต้องไปเข้าขามาจนบัดนี้ ตั้งแต่รุ่นสาว ขณะนี้ ๕๐ กว่าปีแล้ว เลยก็แผ่เมตตาให้หมู

ลูกชายเขามาด้วย เห็นเป็นเรื่องอัศจรรย์ดลบันดาลว่า หายภายใน ๗ วัน ขางอนั่งพับเพียบได้ ลูกชายก็ปฏิญาณตนกับอาตมาว่า จะเลิกเลี้ยงหมู จะสร้างวัดแบบจีน และจะสอนแบบที่วัดนี้ เมื่อก่อนต้นตระกูลเขาเป็นคริสต์ บัดนี้เป็นพุทธเต็มตัวแล้ว
ทำอะไรทำให้จริงเถอะ ทำจริงจะได้ผลภายใน ๗ วัน มีตัวอย่างที่วัดนี้ ถ้าทำไม่จริง จิ้ม ๆ จ้ำ ๆ ไม่ได้อะไร จะได้บาปนะ อย่าหมิ่นประมาทต่อกรรมฐาน อย่าไปว่าหนอ ๆ แหน ๆ ไม่ได้เรื่องได้ราว ระวังนะ “หนอ” มีราคาหลายล้านนะ
“หนอ” เป็นคำภาษาไทย แปลมาจากภาษาบาลีว่า “วต” ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ไม่วุ่นวายหนอ เชิญมาได้ทุกเวลา มีหลักอยู่ แต่จะไม่ขอกล่าวให้ยืดยาวออกไป “หนอ” เป็นตัวรั้งจิตให้มีสติดี
เราหายใจยาว ๆ เข้าไว้ อย่าหายใจสั้น คนเราหายใจสั้นมีทิฏฐิมาก โมโหเก่ง พองหนอ ยุบหนอให้มันยาว ๆ หน่อยได้ไหม พองหนอ ไม่ทันหนอมันก็ยุบ ยุบยังไม่ทันหนอมันก็พอง เลยเอาพอง-ยุบ พอง-ยุบ ไม่ต้องได้อะไรกันแล้ว ไปกันใหญ่แล้ว มักง่าย มักได้ เลยเอาดีไม่ได้ เพราะขาดมรรคแปด ถ้าคนขาดศีล สมาธิ ปัญญา จะมักง่ายทันที มักได้ด้วย ไม่เอาเหนือเอาใต้แต่ประการใด ออกมาในรูปแบบลักษณาการอย่างนี้

เพราะฉะนั้นคนเป็นโรคประสาทเกินกำหนดนี่นั่งสมาธิไม่ได้นะ มันควบคุมตัวไม่ได้ สติควบคุมจิตไม่ได้ อย่าให้นั่งนะ ขอฝากท่านอนุศาสนาจารย์ไว้ด้วย ถ้าไปทำจะเสียชื่อนะ

ที่วัดนี้มีตัวอย่าง อาจารย์ปริญญาโท มากับยุวพุทธหลายปีมาแล้ว ปฏิบัติได้ ๓ วันเท่านั้นแหละ ออกมานั่งกับอาตมาเลย เขาบอกเขาเป็นพระโสดา เมื่อวานมาดี ๆ แท้ ๆ ทำไมมานั่งเป็นโสดาเสียล่ะ ญาณขึ้นหรือยังไง เงยมาหาว่าถูกต้นพิกุลบ้าง ถูกผีในวัดอัมพวันบ้าง เลยสอบถามญาติกาว่านี่มาจากไหน เขาบอกว่า เพิ่งออกจากศรีธัญญามายังไม่พอ ๓ ปี
จำไว้เลยนะ ออกจากศรีธัญญามายังไม่พอ ๓ ปี เจริญสมาธิไม่ได้ โปรดจำไว้ด้วย บางคนมารำสวย รำไปรำมา มานั่งบนเก้าอี้เราเลย บอกว่าท่านยังไม่สำเร็จ ข้าพเจ้าสำเร็จแล้ว นี่พวก ๖๐% อย่าเจริญสมาธิ
มีคนหนึ่งรูปร่างสวย พูดจาเพราะเจ้าคะเจ้าขา เราก็เห็นหนอ เอ๊ะ ทำไมตาขวาง เงยบอกกับแม่ใหญ่ (แม่สุ่ม ทองยิ่ง) ว่าอย่าไปรับเลย แม่ใหญ่บอกว่าไม่เป็นไร เขามีหน้ามีตารับไว้หน่อย ๓ วันเท่านั้นแสดงอภินิหารเลย เป็นนางฟ้ารำป้อ เสียหายมาก
ไม่ใช่ว่ามานั่งกรรมฐานแล้วเป็นคนบ้าบอ กลายเป็นคนวิกลจริต หาใช่วิสัยไม่ แต่ปัญหามีอยู่ว่า เขาปกติไหม ถ้าเขาไม่สามารถจะรักษาตัวเองได้ ไม่สามารถจะควบคุมจิตได้ อย่าให้เจริญสมาธิ ไม่ได้เด็ดขาด
บางคนไม่รู้เรื่อง นึกว่ามานั่งสมาธิแล้วหาย ต้องดูก่อนมันหายไม่เหมือนกันทุกคน มันมีสร้างกรรมสร้างเวรมามากมาย ขอฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วย หายใจยาว ๆ ไว้ให้มันเคย คนที่ใจเดือดร้อนหายใจสั้น แก้ปัญหาไม่ได้หายใจสั้น
เรามาฝึกเรียนลมหายใจเรียกว่า อานาปานสติ แต่ปัญหาเอามาทำที่ท้องจะได้เห็นชัด หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้ หมายความว่ารู้อย่างไร มีสติตามลมหายใจไปรู้ขณะที่ลมหายใจไปที่ท้อง พองหนอ... ยุบหนอ... เรียกว่าอานาปานสติ จึงจะถูกต้อง มีสติสัมปชัญญะ ยึดสติปัฏฐาน ๔ เป็นแม่บท เป็นภาคปฏิบัติมีสติทุกประการ อย่าขาดสติไม่ได้ รับรองได้ผลอย่างสมคาดปรารถนาทุกประการ

การฝึกนี่ต้องการให้อดทนด้วย ต่อสู้กับเหตุการณ์ที่มันจะเผชิญหน้ากับเราคืออุปสรรคนั้น ๆ เราจะได้สู้กับปัญหาแก้ปัญหาต่อไป เล่าให้ฟังกันมานานแต่ไม่มีใครสนใจ เด็กหญิงทัศนีย์ ตัวนิดเดียว มีศรัทธามาก แม่เป็นโรคมะเร็ง จะต้องตายภายใน ๓ เดือน แต่เด็กกตัญญูกตเวที มีศรัทธาอย่างแรงกล้า มานั่งเจริญกรรมฐานเอาจริงเอาจัง ขออุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรของคุณแม่ แม่หายได้อย่างน่าอนุโมทนา แต่บอกใครไม่มีทาง เพราะไม่มีบุญ บอกคนบาปจะไปได้เรื่องอะไร แล้วแต่บุญวาสนาของท่านเอง ไม่บังคับบัญชา พระพุทธเจ้าไม่เคยบังคับใครนะ

ถ้าโยมทำบุญได้บุญ นั่งเจริญกรรมฐานได้ที่ มีคนมาขอส่วนบุญนะ ค้าขายไม่ได้เลยไม่มีใครมาทวงหนี้ ยิ่งขายดิบขายดี มีคนมาทวงหนี้ คือกฎแห่งกรรม ต้องมีเรื่องมีเหตุอิจฉา

มานั่งกรรมฐานถ้ามีบุญวาสนา เดี๋ยวก็มีเปรตมาขอส่วนบุญ มีเรื่องเล่ากันที่วัดนี้
แพทย์หญิงบุญเยี่ยม มานั่งเจริญกรรมฐานที่วัดนี้ ตอนตี ๔ ไฟสว่าง อาตมาจะไปสวดมนต์ที่โบสถ์ มานั่งคอยที่กุฏิบอกว่า หลวงพ่อคะ หนูมาเจริญกรรมฐานได้ ๓-๔ วันแล้วค่ะ หนูขอถามอะไรหน่อย มีพระเดินมาที่หน้ากุฏิ รูปร่างใหญ่โต บอกว่า โยมขอส่วนบุญหน่อย จีวรไม่มีห่ม จีวรขาดรุ่งริ่งหมด พระองค์นี้ชื่อเฟื่อง มีไหมหลวงพ่อ ท่านบอกว่า ท่านบวชที่นี่ และท่านตายไปแล้วด้วย หมอบุญเยี่ยมก็ไม่รู้จัก

พระเฟื่องนั้นก็คือ จ่าตำรวจนครราชสีมา บ้านอยู่ข้างวัดนี้ มาบวชที่นี่ ตายเป็นเปรต เดี๋ยวนี้พระเป็นเปรตอยู่ที่นี่หลายองค์ แพทย์หญิงบุญเยี่ยมกำลังจะไปเดินจงกรม ไฟสว่างมองเห็นชัด บอกว่า ขอเจริญพรโยม คุณหมอมาเจริญกรรมฐานได้ผลดี อาตมาขอ ไปขอหลายกุฏิแล้วเขาไม่ให้ อาตมาขอลาไปก่อน แล้วก็ค่อย ๆ จาง ๆๆๆ แล้วหายไป
แพทย์หญิงบุญเยี่ยมก็ถามว่า หลวงพ่อจะทำอย่างไร ก็เลยบอกให้ถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้ ซื้อผ้าไตรมาถวายด้วย เหลือ ๒ วัน หมอบุญเยี่ยมจะกลับ ผีเปรตห่มจีวรสวยมาอีกแล้ว มาขอบคุณ อนุโมทนา ยถาให้ หมอบุญเยี่ยมก็รับพร รับพรเสร็จแล้วท่านก็ค่อย ๆ หายไป ก่อนจะหายไปบอกว่า ขอบพระคุณคุณหมอมาก ขออนุโมทนากับโยมด้วย
เหตุใดจึงเป็นเปรต จะตอบให้โยมฟัง หลวงตาอ้อนปลูกต้นน้อยหน่าไว้เยอะที่วัดนี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีสวนน้อยหน่าแล้ว เวลาเย็นหลวงตาเฟื่องก็ไปลักน้อยหน่า เอาไปให้หลานในบ้านทุกวัน อย่าลืมว่า น้อยหน่าหลวงตาอ้อนปลูก แต่ที่ดินเป็นของวัด เป็นของสงฆ์นะ เอาไปไม่ได้ต้องให้สงฆ์อนุญาตก่อน ตายที่ศาลาห้องเล็ก อาตมาทำศพให้เสร็จ เดี๋ยวนี้ยังอยู่ที่นี่
การแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล เจริญกรรมฐานดีที่สุด สามารถจะช่วยพ่อช่วยแม่ยังมีชีวิตอยู่ได้ พ่อแม่มีชีวิตอยู่ แต่อยู่ไกลแสนไกล ลูกสามารถทำให้พ่อแม่ได้ด้วยการเจริญวิปัสสนา ไม่ต้องใช้สตางค์ เอาบุญมาใส่ใจให้อิ่มเอิบ ขอแผ่ส่วนบุญนี้ให้บิดาของข้าพเจ้า หรือให้ลูกก็ได้ ถึงทันทีนะ

ถ้าโยมทำบุญถวายสังฆทาน ถ้าไม่เคยนั่งกรรมฐานบุญนั้นจะไม่สัมฤทธิ์ผล มีแต่ทานไม่มีศีล ทานนั้นท่านจะไม่ได้รับผล ทานธรรมดา เช่น ทานช่วยเหลือกันธรรมดามันไร้ผล ต้องมีสติ มีศีลก่อน เราจะเห็นได้ว่าเวลาจะถวายทานหรือทำงานกุศล ต้องรับศีลก่อน ต้องการเป็นหลักสูตร ทำอะไรต้องมีสติสัมปชัญญะเต็มแล้วค่อยทำ รับรองได้ผล อย่างสมคาดปรารถนาทุกประการ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ

 

หน้าที่แล้ว - - - หน้าต่อไป


ใส่ข้อความที่ท่านต้องการค้นหา ในเว็บ jarun.org ในช่องนี้ครับ




หากท่านมีปัญหา สงสัย ใคร่รู้ เรียนเชิญร่วมเข้ามาถามตอบ ในกระทู้ธรรม ของวัดอัมพวันครับ

 

เว็บไซต์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)
วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐ โทร. ๐-๓๖๕๙-๙๓๘๑
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
ปรับปรุงเป็นรุ่นปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ปรับปรุงย่อย เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ติดต่อคณะผู้จัดทำ:
web site: กรอกแบบฟอร์มที่นี่e-mail: webmaster@jarun.orgmsn: jarun.org@hotmail.com

Copyright © 2006-2007 jarun.org All Rights Reserved Version 6.1
ตามเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เนื้อหาทุกส่วนในเว็บไซต์นี้ท่านสามารถนำไปเผยแผ่ หรือเก็บไว้ได้ใช้ส่วนตัวได้โดยมิต้องขออนุญาต
ยกเว้นกรณีนำไปใช้เพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจาก คณะที่ปรึกษา เสียก่อน